บนเส้นทางแห่งความสำเร็จจะมีขวากหนามที่คอยขวางกันเราอยู่อย่างมากมาย เพื่อเป็นการทดสอบและสร้างความท้าทายในความสามารถของคุณ และทุกๆ คนที่ต้องการสร้างความสำเร็จ เส้นทางแห่งนี้คือบทพิสูจน์ว่าคุณมีกึ๋นพอที่จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จ หรือชนะปัญหาและอุปสรรค์ต่างๆ ได้หรือไม่เพื่อก้าวเข้าสู่ความสำเร็จที่คุณต้องการสร้างด้วยมือของคุณเอง
จากประสบการณ์ที่ผมได้เคยมีโอกาสทำธุรกิจเป็นของตนเอง เมื่อตอนอายุได้เพียง 23 ปีเท่านั้นทำให้ผมได้เจอกับปัญหาต่างๆ มากมายจนบางครั้งแค่คำว่า “ท้อ” อาจยังไม่พอสำหรับผมด้วยซ้ำไป จากจุดเริ่มต้นตรงนั้นแม้จะผ่านพ้นไปได้ถึง 6 ปีเต็มๆที่ผมเองผิดหวังในสิ่งที่ตนเองคิดและทำอยู่ ต้องอกหักจนนอนร้องไห้ทุกๆ วันต้องถูกเพื่อนฟูงทอดทิ้งเราในฐานะคนที่ไม่เหลืออะไรเลย ทำให้ผมได้สิ่งหนึ่งทดแทนกลับมา แม้จะเสียหลายๆ อย่างในชีวิตไปจนบางครั้งมีความรู้สึกว่าผมมีเพียงตัวคนเดียวเท่านั้น
อุปสรรค์ไม่ได้กั้นขวางผมแม้แต่น้อยนิด กลับทำใ้ห้ผมยิ่งแกร่งขึ้น ฉลาดขึ้น เก่งขึ้น คิดเป็นมากขึ้น และยังสามารถแก้ปัญาหาต่างๆ ได้รวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นของกำนัลที่ผมได้จากการถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงตลอดระยะเวลาถึง 5 ปีก่อนการยืนอยู่ในจุดที่เป็นอยู่ปัจจุบัน วันนี้ผมจะมาเล่าถึงเรื่องการเอาชนะความพ่ายแพ้ และสร้างเป็นชัยชนะของเรา เพื่อเป็นแนวคิดและสร้างทัศนคติในการทำงานเพื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ แม้จะไม่ได้สำเร็จเลยเสียทีเดียวแต่อย่างน้อยคุณได้ยืนอยู่ ณ. จุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จนั่นก็ถือว่าคุณเริ่มได้ชัยชนะมาถือครองแล้วครับ
วันที่ผมก้าวเดินเข้าสู่โลกออนไลน์ เป็นวันที่ผมไม่รู้อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แม้กระทั่งคำว่า “คอมพิวเตอร์” ที่หลายท่านอาจรู้จักมาตั้งแต่ได้เริ่มทำงาน หรือได้เรียนหนังสือผมได้มีโอกาสเรียนพิมพ์ดีดเมื่อสมัยอยู่ ปวช. และเป็นอุปกรชนิดหนึ่งที่ทำให้ผมเป็นคนที่เขียนหนังสือไม่สวยเอาเสียเลยจนถึงปัจจุบัน (แย่จังเลยโน๊ะ) นั่นคือเครื่องมือที่ผมรู้จักมาแต่ในอดีตที่มีสนนราคาแพงเอาการเลยทีเดียว จนผมจำได้ว่าเครื่องพิมพ์ดีดกระเป๋าหิ้วของผมเครื่องแรกนั้นราคาสูงถึง 12,000 บาทเลยทีเดียว คุณลองนึกดูว่าในปี 2528-2529 นั้นจำนวนเงินขนาดนี้หาได้ง่ายขนาดไหนในขณะที่ค่าแรงงานในต่างจังหวัดขั้นต่ำที่ 35 บาทเท่านั้นเอง (เหอๆๆๆ ไม่อยากคิดเลย) แต่ผมก็เก็บเงินจนสามารถซื้อมันมาให้เป็นของขวัญกับตัวเองได้โดยใช้เวลาเพียงปีเดียวเท่านั้นเอง
ผมรู้จักกับคอมพิวเตอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเข้ามาฝึกอบรมพิเศษที่ ศูนย์การเรียนทหารผ่านศึก แถวๆราชวิถีในกรุงเทพเมื่อตอนที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะราคาต่ำสุดที่ 40,000 บาทในตอนนั้นทำให้ผมได้เรียนรู้จักกับเครื่องมือชนิดนี้ครั้งแรกซึ่งทำให้ผมตื่นเต้นพอๆ กับตอนที่ผมได้ทราบว่าในโลกออนไลน์นั้นก็สามารถทำเงินให้กับเราได้เหมือนกัน จนผมได้ทำงานในบริษัทเอกชนหลายแห่ง (อันนี้หลายแห่งจริงๆน๊ะจะบอกให้) ผมว่าถ้าเป็นคุณในตอนนี้อาจทำงานมาแล้วไม่มากเท่าผมแน่นอน เหตุผลก็เพราะว่าในเวลาเพียง 3 ปีผมทำงานกับบริษัทต่างๆ มากถึง 360 บริษัท ที่ไม่มีบริษัทไหนไล่ผมออกเลยแม้แต่บริษัทเดียวผมทำงานตลอด 7 วันใน 20 ชั่วโมงต่อวันจนผมไม่รู้ว่าวันไหนเป็นวันอะไร (ตอนนี้ก็เป็นนิดๆ แหะๆๆๆ)
ก้าวแรกบนโลกออนไลน์
บทเรียนบทแรกที่ผมก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ก็คือ ก่อนหน้าที่จะพบกับความล้มเหลวของชีวิตของผมเองประมาณ หนึ่งปีเท่านั้น ที่ผมค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นโดยอาศัยร้านเน็ตแถวๆ บางกะปิค้นหางานอะไรก็ได้ที่ผมทำได้โดยไม่ต้องออกจากบ้านของตนเองไปพบใคร และมีเวลาให้กับตนเองมากขึ้น ในตอนนั้นที่ผมค้นหาก็เพราะว่าผมต้องการมีเวลาได้เที่ยวกับคนอื่นเขาบ้าง และได้ไปไหนมาไหนโดยไม่มีปัญหาเรื่องการทำงานเพียงเท่านั้นเองครับ
ผมได้เจองานต่างๆ มากมายก่ายกองจนจำไม่ได้แล้วว่ามีอะไรบ้าง แต่ผมก็อยู่ในโลกแห่งการสร้างรายได้ออนไลน์มานานถึง 7 ปีถ้านับถึงปัจจุบันนี้วันที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นว่าผมสามารถทำเงินจากคอมพิวเตอร์ที่บ้านของตัวเองได้อย่างมากมายแน่นอนก็คือวันที่ผมได้รู้จักกับ Forex (คืออะไรนั้นไปหาอ่านกันเอาเอง อิอิอิอิ) และวันที่ได้รู้จักกับ Amazon ที่ที่ผมเองติดวังวลอยู่นานแสนนานว่าจะทำงานกับเขาได้อย่างไรในเมื่อเราไม่มีความรู้เรื่องภาษาอะไรเลย ด้วยความที่มั่วไปเรื่อยเปื่อยผมก็ใช้สูตรเดิมที่เป็นเทคนิคเฉพาะของผมนั่นก็คือ “มั่วเอาวะ” นั่นแหละครับ เพราะเคยมีคนบอกผมว่าการเรียนรู้นั้นต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเองเราถึงจะเก่งได้ ในช่วงนั้นก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดอะไร (เห็นม๊ะผมยังไม่คิดมากเลย ถ้าคิดมากป่านนี้เลิกไปนานแล้ว) 1 ปีผ่านไปรายได้ที่ผมมีกับ Amazon คือ 0 บาทไปเจอกับเว็บบอร์ดต่างๆ ที่ฝรั่งเขาคุยกันบอกว่าทำเงินจาก Amazon ได้มากถึงวันละ $1,000 ต่อวันผมนี่ตาแทบหลุดออกจากเบ้า แต่ก็คิดว่าเราอาจยังเดินผิดทางอยู่
ผมได้เรียนรู้วิธีการต่างๆ จากการ “มั่ว” ของตัวเองไปเรื่อยๆ ทีละอย่างสองอย่างพร้อมๆ กับการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ในโลกแห่งคอมพิวเตอร์นั่นก็คือ Search Engine Optimization (SEO) และการออกแบบเว็บไซต์ จนเวลาผ่านไปเป็น 2 ปีมีรายได้สูงสุดที่ $50 ในตอนนั้น (แค่นี้ก็ดีใจแทบจะแย่) ในขณะที่ยังทำงานประจำที่ผมเลิกงานตอน 5 ทุ่มทุกๆ วันและเริ่มงานเวลา 06.00 น.ในทุกวันเช่นกัน แต่ก็คิดว่าเอาน่ายังไม่สายเรามีเวลาอีกอย่างน้อยก็ 30 กว่าปีหละถ้ายังไม่ตายยังไงก็ต้องได้เห็นว่าจริงหรือเท็จบ้างหละ เป็นอันว่าในตอนนั้นสรุปว่าทำต่อไป จากจุดนั้นเองทำให้ผมเองเริ่มได้ความรู้ต่างๆ มากยิ่งขึ้นและปรับเปลี่ยนได้รวดเร็วมากขึ้น ในปีที่ 3 ผมใช้เวลาเพียงแค่ 20 วันสามารถทำเงินได้ $100+ ตอนนั้นตื่นเต้นจนเพื่อนผมเขาบอกว่า “เฮ้ยนี่มึงบ้าเปล่า แหม๋ทำงานออนไลน์ได้เงินมาแค่ 100 กว่าเหรียญมาทำเวอร์” (ขออภัยนะครับที่ไม่ค่อยสุภาพแต่มันคือคำพูดนั้นจริงๆ ครับ) เหตุที่เพื่อนผมเขาพูดแบบนั้นก็เพราะว่าตอนนั้นเงินเดือนผมเดือนละ 120,000 บาททั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้จบด๊อกเตอร์หรืออะไรเลย เพราะผมทำงาน 7 บริษัทใน 7 วัน
แต่ที่ผมดีใจก็เพราะว่าผมมองว่านี่คือทางสว่างของชีวิตผมมาถึงแล้วเพราะแม้แสงสว่างนั้นจะน้อยนิด มันก็อาจเป็นเส้นทางที่ทำให้เราได้ออกจากถ้ำอันมืดมิดแห่งนี้ไปได้ ผมก็ทำงานแบบนี้ของผมไปเรื่อยๆ ในขณะที่งานประจำผมก็ลดลงเรื่อยๆ เพราะเริ่มเหนื่อยกับสิ่งที่ทำมากขึ้น จากที่สัปดาห์หนึ่งผมทำงาน 7 บริษัทเหลือเพียง 2 บริษัทในตอนนั้นเงินเดือนตกเหลือเพียงเดือนละ 3-4 หมื่นบาทเท่านั้นเองแต่ก็ดีใจครับเพราะในทางกลับกันผมเริ่มมีรายได้มากขึ้นจาก 100 เป็น 200 เป็น 300 ไปเรื่อยๆ สำหรับการสร้างรายได้กับ Amazon ของผม
ทดสอบกึ๋นว่าเราเจ๋งจริงหรือไม่
ผมเริ่มด้วยการไม่รับงานใดๆ เลยแม้แต่แห่งเดียวนอกจากการเป็นวิทยากรพิเศษ ในบางครั้งบางคราวเท่านั้น มานั่งศึกษาและสร้างรายได้กับ Amazon มากขึ้นในช่วงเริ่มมองเห็นแสงสว่าง ตอนนั้นน๊ะ ต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความคิดว่า สิ่งที่เราคิดนี้จะผิดหรือถูกกันแ่น่ แต่ก็เดินหน้าต่อไปพร้อมๆ กับสร้างบล็อกแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อนำเสนอให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ อาจไม่ค่อยได้สาระอะไรมากนักแต่ก็เป็นความตั้งใจของผมอะน๊ะ ฮะๆๆๆ เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ครับสำหรับการทำงานของผมแป๊บๆ ปีซะละ แป๊บๆ ปีซะละ เร็วมากจนบางทีผมนั่งคิดว่าทำไมเวลามันน้อยจังเลยน๊ะ อันที่จริงแล้วผมก็มีเวลาพอๆ กับทุกท่านคือ 24 ชั่วโมงเหมือนกันครับ นี่ถ้าผมขอเพิ่มเป็น 48 ชั่วโมงได้น๊ะจะดีมากเลยฮะๆๆๆ
และนี่คือสิ่งต่างๆ ที่ผมได้เกิดขึ้นมาบนโลกออนไลน์แห่งนี้ และขอขอบคุณทุกท่านที่นั่งอ่านจนจบ แม้จะเซ็งๆ ไปนิดแต่ก็อยากนำมาเล่าเพื่อให้เป็นแนวคิดว่า “อุปสรรค์ต่างๆ นั้นไม่ได้ทำให้คุณแพ้หรือชนะ แต่คุณเองต่างหากที่เลือกว่าคุณ จะแพ้หรือชนะในสิ่งที่คุณทำ” ในวันนี้แม้เราจะท้อแท้สักเพียงไหนแต่อย่างน้อยใจเราก็สู้และยังก้าวเดินต่อไปเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตตนเอง วันนี้ผมสามารถ กิน เที่ยว ได้อย่างสบายใจไม่กังวลเรื่องใดๆ มากนักเพราะผมทำงานได้จากทุกที่ที่ผมสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้ แม้รายได้ไม่มากมายเท่าใดนัก แต่ชีวิตก็มีอิสระภาพมากขึ้น อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากเที่ยวก็ได้เที่ยว อยากนอนก็ได้นอน อยากเมาก็ได้เมา (เหอๆๆๆๆ) โดยที่ตังค์ยังเข้ากระเป๋าของเราเหมือนเดิม แล้วคุณหละเริ่มสร้างชัยชนะให้กับตนเองหรือยัง.
ขอบคุณข้อมูลจาก makemany

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น